พ่นฉนวนพียูโฟม
(PU Foam Insulation)

บริการหลักในการพ่นฉนวนพียูโฟมเพื่อกันร้อน กันเสียง และกันรั่วซึม

โฟม พียู

พ่นโฟมกันความร้อน

ลดอุณหภูมิภายในอาคาร 10-15°C
ฉนวนพียูโฟม

พ่นโฟมกันเสียง

ลดเสียงรบกวน 30-60 dB
คุณสมบัติพียูโฟม

พ่นโฟมกันรั่วซึม

ปิดรอยต่อ 100% ป้องกันน้ำซึมและความชื้น

สนใจบริการพียูโฟม
หรือสอบถามราคาได้เลยที่นี่

พ่นพียูโฟม ป้องกันการรั่วซึม

พ่นฉนวนโฟมกันการควบแน่น

พ่นโฟมกันความร้อน

พ่นโฟมกันเสียง ลดเสียงสะท้อน

ทำไมต้องเลือกบริการพ่นฉนวนพียูโฟม

(PU Foam Insulation)

บริการพ่นฉนวนพียูโฟม (PU Foam Insulation) คือทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการแก้ปัญหา ความร้อน เสียงรบกวน และการรั่วซึม ภายในอาคาร พียูโฟมสามารถยึดเกาะพื้นผิวได้แน่น ปิดทุกช่องว่าง ลดการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาและผนัง ช่วยให้อาคารเย็นขึ้นอย่างเห็นผล เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย โรงงาน และโกดัง พร้อมช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

จุดเด่นของบริการพ่นฉนวนพียูโฟม (PU Foam Insulation)

กันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริการพ่นฉนวนพียูโฟมช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาและผนังโดยตรง
ทำให้อาคารเย็นขึ้นอย่างเห็นผล เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย โรงงาน และโกดังสินค้า

ลดเสียงรบกวน เพิ่มความเงียบให้พื้นที่ใช้งาน

โครงสร้างของพียูโฟมช่วยดูดซับเสียงและลดการสะท้อนของเสียงภายในอาคาร
เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการควบคุมเสียง เช่น โรงงาน ห้องเครื่อง และอาคารพาณิชย์
ปิดรอยรั่วซึมได้แน่นสนิท

ปิดรอยรั่วซึมได้แน่นสนิท

พ่นฉนวนพียูโฟมสามารถขยายตัวและยึดเกาะได้ทุกซอกมุมช่วยป้องกันน้ำรั่ว ความชื้น และลดปัญหาเชื้อรา พร้อมช่วยเสริมความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งาน
อาคารในระยะยาว

ใช้งานได้กับทุกพื้นผิว

พียูโฟมสามารถพ่นได้ทั้งหลังคาเมทัลชีท คอนกรีต โครงเหล็ก และไม้
แม้พื้นที่ที่เข้าถึงยากก็สามารถติดตั้งได้อย่างทั่วถึง ช่วยปิดช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพการกันความร้อนของอาคาร

ติดตั้งรวดเร็ว ไม่ต้องรื้อโครงสร้างเดิม

การพ่นฉนวนพียูโฟมใช้เวลาติดตั้งไม่นาน ลดระยะเวลาหน้างาน
ช่วยให้สามารถใช้งานพื้นที่ได้ทันทีหลังติดตั้ง โดยไม่กระทบโครงสร้างเดิม

ประหยัดพลังงาน คุ้มค่าในระยะยาว

พ่นฉนวนพียูโฟมช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศภายในอาคาร
ส่งผลให้ประหยัดค่าไฟ และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวอย่างคุ้มค่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการพ่นฉนวนพียูโฟม (FAQ)

พ่นฉนวนพียูโฟม คือการฉีดพ่น โฟมโพลียูรีเทน (Spray Polyurethane Foam: SPF) ลงบนพื้นผิว เช่น หลังคา ผนัง ใต้ฝ้า หรือโครงสร้างอาคาร โดยโฟมจะ “ขยายตัว” แล้วแข็งตัวเป็นชั้นฉนวนที่แนบสนิทกับพื้นผิว จุดเด่นคือช่วยทั้ง กันความร้อน, ลดการรั่วของอากาศ, และในหลายกรณีช่วย ลดปัญหาความชื้น/การควบแน่น ได้ด้วย เพราะโฟมเข้าไปเติมเต็มช่องว่างและรอยต่อที่วัสดุฉนวนแบบแผ่น/แบบม้วนทำได้ยาก
ในเชิงงานอาคาร “พ่นฉนวนพียูโฟม” จึงมักถูกเลือกเมื่ออยากได้ผลลัพธ์แบบ ฉนวน + ซีลรอยรั่ว ในขั้นตอนเดียว

โดยหลัก ๆ มี 2 แบบที่พบในงานอาคารคือ Open-cell และ Closed-cell

  • Open-cell จะมีความหนาแน่นต่ำกว่า เนื้อโฟมยืดหยุ่นกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการการเติมเต็มปริมาตรและคุณสมบัติการเป็นฉนวนในระดับดี

  • Closed-cell จะมีความหนาแน่นและความแข็งแรงมากกว่า และมักให้ค่าฉนวนต่อความหนาที่สูงกว่า รวมถึงมีความต้านทานการซึมผ่านของความชื้นที่ดีกว่าในหลายกรณี
    เรื่องค่าฉนวน (R-value) โดยทั่วไป Open-cell มักอยู่ราว ๆ ≈ R-3.5 ต่อ 1 นิ้ว และ Closed-cell มักอยู่ราว ๆ ≈ R-6 ต่อ 1 นิ้ว (ขึ้นกับสูตร/ยี่ห้อ/เงื่อนไขติดตั้ง)
    ดังนั้นการเลือกชนิดโฟมควรพิจารณาจาก “เป้าหมายหน้างาน” เช่น ต้องการความบางแต่กันร้อนมาก (มักเอนไปทาง closed-cell) หรืออยากได้การเติมเต็มพื้นที่และความยืดหยุ่น (มักเอนไปทาง open-cell)

ช่วยได้จริง เพราะหลักการคือ “ลดการถ่ายเทความร้อน” ผ่านหลังคา/ผนัง และยังช่วยลดการรั่วของอากาศ (air leakage) ที่เป็นสาเหตุให้ความร้อนเข้ามาในอาคารได้มากในชีวิตจริง เมื่อพ่นแล้วโฟมแนบสนิทกับพื้นผิว จึงช่วยลดช่องว่างและรอยต่อที่เป็นทางผ่านของความร้อนและลมร้อน
อย่างไรก็ตาม “ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้” จะขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ความหนาที่พ่น, โครงสร้างเดิม, ฝ้า/หลังคา, การระบายอากาศ, ทิศทางแดด และการปิดรอยรั่วจุดอื่น ๆ ร่วมกัน ถ้าต้องการผลลัพธ์สูง ควรให้ผู้รับเหมาประเมินหน้างานและแนะนำความหนาที่เหมาะสมกับสภาพจริง

พ่นฉนวนพียูโฟม “ช่วยเรื่องเสียงได้บางส่วน” โดยเฉพาะเสียงที่มาจากช่องว่าง/รอยรั่ว (เช่น ลมลอด เสียงแทรก) เพราะโฟมช่วยปิดช่องเหล่านั้น แต่ถ้าต้องการ “กันเสียงแบบจริงจัง” เช่น ลดเสียงกระแทก/เสียงความถี่ต่ำจากเครื่องจักร อาจต้องใช้ระบบผนัง/ฝ้าแบบหลายชั้น หรือวัสดุดูดซับเสียงเฉพาะทางร่วมด้วย
สรุปคือ PU Foam เหมาะมากสำหรับการลดปัญหา “เสียงลอด/เสียงรั่ว” แต่หากโจทย์คือห้องสตูดิโอหรือพื้นที่ต้องการมาตรฐานเสียงเฉพาะ ควรให้ช่างออกแบบระบบอะคูสติกช่วยกำหนดโครงสร้างร่วม

ทำได้ “ในมุมของการช่วยปิดรอยต่อ/ช่องว่าง” เพราะพียูโฟมขยายตัวและแนบติดพื้นผิว ช่วยลดทางผ่านของน้ำและความชื้นในจุดที่เกิดช่องว่างหรือรอยต่อ แต่ต้องทำความเข้าใจว่า PU Foam ไม่ใช่วัสดุกันซึมแทนระบบกันซึมทั้งหมด ในทุกสถานการณ์
หากเป็นปัญหารั่วซึมจากหลังคา/รอยต่อเมทัลชีท บางเคสต้องแก้ “ต้นเหตุ” เช่น สกรู รอยต่อ แผ่นซ้อนทับ หรือรางน้ำ ก่อน แล้วค่อยพ่นเพื่อเสริมการปิดช่องว่างและเพิ่มฉนวน จะได้ผลและทนกว่า

เหมาะมาก และเป็นเคสยอดนิยม เพราะหลังคาเมทัลชีทรับความร้อนสูงและส่งผ่านความร้อนได้เร็ว การพ่นฉนวนพียูโฟมใต้หลังคาช่วยลดการถ่ายเทความร้อนและลดช่องว่างที่ลม/ความร้อนลอดเข้ามาได้
แต่ความสำเร็จขึ้นกับ “การเตรียมผิว” และ “ความหนาที่พ่น” รวมถึงการจัดการความชื้น/การระบายอากาศใต้หลังคาให้ถูกต้อง เพราะถ้าหน้างานมีความชื้นสะสมหรือมีรั่วซึมเดิม ควรแก้ก่อนเพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว

โดยทั่วไปพ่นได้กับพื้นผิวหลายแบบ เช่น เมทัลชีท, คอนกรีต, โครงเหล็ก, ไม้ และวัสดุอื่น ๆ ในงานอาคาร จุดแข็งคือโฟมสามารถเข้าถึงซอกมุมและพื้นที่ที่ฉนวนแบบแผ่นทำได้ยาก
อย่างไรก็ตาม พื้นผิวต้องสะอาด แห้ง และไม่มีคราบน้ำมัน/ฝุ่นมากเกินไป เพื่อให้การยึดเกาะดีและลดความเสี่ยงการหลุดล่อนในอนาคต หน้างานที่มีความมันหรือความชื้นสูงควรให้ทีมช่างประเมินและเตรียมผิวอย่างเหมาะสม

ความหนาที่เหมาะ “ไม่มีเลขตายตัว” เพราะขึ้นกับเป้าหมาย (กันร้อนมากน้อย), โครงสร้างเดิม, งบประมาณ และชนิดโฟม (open/closed-cell) แต่หลักคิดคือ ยิ่งต้องการกันร้อนสูง ยิ่งต้องเพิ่มความหนาหรือเลือกชนิดที่ให้ R-value ต่อความหนาสูงกว่า
เพื่อความถูกต้อง ควรให้ทีมช่างประเมินหน้างานแล้วเสนอ “ความหนาแนะนำ” พร้อมเหตุผล เช่น แดดแรงทั้งวัน, อาคารสูงฝ้าโปร่ง, มีเครื่องปรับอากาศตลอด หรือเป็นโกดังที่ต้องคุมอุณหภูมิ เป็นต้น

ขึ้นกับพื้นที่และความซับซ้อนของหน้างาน เช่น ความสูง จุดเข้าถึง ความหนาที่ต้องพ่น และสภาพหน้างานเดิม โดยทั่วไปงานพ่นจะทำได้ค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับการติดฉนวนบางประเภท เพราะเป็นงาน “พ่นแล้วปิดพื้นที่ได้ทันที”
อย่างไรก็ตาม เวลาเตรียมงาน (เก็บฝุ่น/คลุมกันเปื้อน/เตรียมผิว/กันพื้นที่) มีผลต่อคุณภาพมาก และมักเป็นส่วนที่ไม่ควรถูกตัดทอน เพราะจะกระทบความเรียบร้อยและความทนทานของงาน

ระหว่างการพ่นและช่วงโฟมกำลังเซ็ตตัว อาจมีกลิ่น/ไอระเหยจากกระบวนการติดตั้งได้ จึงควรให้ความสำคัญกับ การระบายอากาศและการเว้นช่วงตามคำแนะนำผู้ผลิต และแนวทางด้านความปลอดภัย
หน่วยงานอย่าง EPA มีแนวทางเรื่องการระบายอากาศระหว่างการพ่น SPF เพื่อช่วยปกป้องคนในอาคารและคนทำงาน และเอกสารแนวทางของอุตสาหกรรมก็เน้นให้ระบายอากาศและยึดตามคำแนะนำ re-entry/re-occupancy ของผู้ผลิต
สรุป: ควรถามทีมช่างให้ชัดว่า “ต้องเว้นกี่ชั่วโมง/กี่วัน” ตามชนิดวัสดุและเงื่อนไขหน้างาน และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้พื้นที่พ่นในช่วงทำงาน

เมื่อพ่นเสร็จและโฟมเซ็ตตัวตามสเปกแล้ว โดยทั่วไปสามารถใช้งานพื้นที่ได้ตามปกติ แต่ “ความปลอดภัย” ขึ้นกับการทำงานที่ถูกวิธี เช่น การกั้นพื้นที่, การระบายอากาศ, และการใช้วัสดุ/อุปกรณ์ตามมาตรฐาน
ประเด็นที่ควรถามผู้ให้บริการคือ ใช้วัสดุชนิดไหน (open/closed-cell), มีเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) หรือไม่, และมีแนวทางดูแลพื้นที่ระหว่างติดตั้งอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่างานจบเรียบร้อยและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

ฉนวนโฟมพลาสติก (foam plastic insulation) ในหลายมาตรฐานอาคารจะมีข้อกำหนดให้ ต้องมีชั้นป้องกัน (thermal barrier) ระหว่างโฟมกับพื้นที่ภายในอาคาร เช่น แผ่นยิปซัม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยด้านอัคคีภัย ตัวอย่างข้อกำหนดใน IRC ระบุให้แยกโฟมออกจากภายในด้วย thermal barrier ที่เหมาะสม (เช่น 1/2” gypsum board)
หมายเหตุ: กฎ/มาตรฐานจริงอาจต่างกันตามประเทศ/พื้นที่และชนิดผลิตภัณฑ์ (บางระบบมีการทดสอบเฉพาะ) ดังนั้นในหน้างานจริงควรให้ทีมช่างแนะนำ “ต้องปิดทับหรือใช้สารเคลือบกันไฟแบบใด” ให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง

ถ้าทำถูกวิธี พ่นฉนวนพียูโฟมมักช่วย “ลดปัญหาความชื้นจากการรั่วของอากาศ” ได้ เพราะลดลมชื้นไหลผ่านรอยต่อ แต่การควบคุมความชื้นเป็นเรื่องของ “ระบบอาคารทั้งชุด” เช่น การระบายอากาศ, จุดน้ำค้าง, และชั้นกั้นไอ (vapor control)
เอกสารแนวทางด้านอาคาร (Building America) ชี้ว่าการควบคุมไอและการซีลอากาศที่ผิวงานภายในสำคัญต่อความทนทาน และบางกรณีอาจต้องมีชั้นหน่วงไอ (เช่น สี/ไพรเมอร์หน่วงไอ) ตามสภาพการใช้งาน
สรุป: ถ้าหน้างานมีความชื้นสูง/มีแอร์หนัก/มีความต่างอุณหภูมิสูง ควรให้ทีมช่างประเมินวิธีจัดการความชื้นร่วมด้วย

การเตรียมพื้นที่ที่ดีทำให้งานออกมาสวยและทน เช่น

  • เคลียร์ฝุ่น คราบน้ำมัน คราบสนิมหลวม ๆ และสิ่งสกปรกที่ลดการยึดเกาะ

  • ตรวจรอยรั่ว/ความชื้น (ถ้ามีควรแก้ก่อน)

  • คลุมอุปกรณ์/พื้น/ผนังส่วนที่ไม่ต้องการให้โดนโฟม

  • วางแผนการเข้าถึงหน้างาน (บันได/นั่งร้าน/ความสูง)
    สิ่งเหล่านี้ช่วยลดปัญหาโฟมหลุดล่อน ผิวไม่เรียบ หรือเก็บงานยาก และช่วยให้คุณภาพสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่

โดยทั่วไปไม่ต้องดูแลซับซ้อน แต่ควรหลีกเลี่ยงการกระแทก/ขูดขีดรุนแรง (โดยเฉพาะบริเวณที่ไม่ได้ปิดทับ) และควรตรวจสภาพเป็นระยะหากอยู่ในจุดที่เสี่ยงต่อความชื้นหรือการรั่วซึมซ้ำ เช่น หลังคาที่มีอุปกรณ์เจาะผ่านหรือรอยต่อเยอะ
ถ้ามีการซ่อมแซม/เดินระบบเพิ่มภายหลัง (เดินท่อ/สายไฟ) ควรแจ้งช่างเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ชั้นฉนวนเกิดช่องว่างใหม่

ราคาพ่นฉนวนพียูโฟมมักขึ้นกับ 5 เรื่องหลัก:

  1. พื้นที่ (ตร.ม.)

  2. ความหนาที่พ่น

  3. ชนิดโฟม (open/closed-cell)

  4. ความยากของหน้างาน (ความสูง เข้าถึงยาก ต้องคลุมกันเปื้อนมาก ฯลฯ)

  5. งานเก็บรายละเอียด (ปิดทับ/เคลือบ/เก็บขอบ/งานกันไฟตามมาตรฐาน)
    เพื่อความแม่นยำ แนะนำให้สำรวจหน้างานก่อน แล้วขอใบเสนอราคาที่ระบุ “ความหนา/ชนิดโฟม/พื้นที่” ชัดเจน จะเทียบราคาได้แฟร์และลดงานเพิ่มทีหลัง

คำว่า “คุ้ม” ขึ้นกับเป้าหมาย ถ้าคุณต้องการทั้ง ฉนวน + ลดรอยรั่วของอากาศ ในตัวเดียว พียูโฟมมักให้ผลลัพธ์ดี เพราะโฟมทำหน้าที่เป็นฉนวนและช่วยซีลช่องว่างได้พร้อมกัน (เมื่อพ่นเต็มความหนาตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์)
แต่ถ้าโจทย์คือ “กันร้อนอย่างเดียว” และหน้างานติดตั้งฉนวนแบบแผ่นได้ง่าย ฉนวนชนิดอื่นอาจคุ้มกว่าในแง่ต้นทุน ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือ ควรดูหน้างานจริงและเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายมากกว่าเลือกจากราคาต่อ ตร.ม. เพียงอย่างเดียว

ทำได้ แต่ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตและเงื่อนไขหน้างาน ถ้าต้องปิดทับเพื่อความปลอดภัยด้านไฟ (เช่น thermal barrier) ก็ให้เลือกวัสดุปิดทับที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง
ในบางกรณีอาจใช้สารเคลือบ/สีเฉพาะทาง (เช่น งานที่ต้องการคุณสมบัติบางอย่าง) แต่ควรยึดตามสเปกผลิตภัณฑ์และเอกสารรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทั้งความทนทานและความปลอดภัยถูกต้อง

เช็คลิสต์ที่ช่วยคัดงานดีได้ไว:

  • มีการสำรวจหน้างานจริง และอธิบายเหตุผลเรื่องความหนา/ชนิดโฟม

  • ระบุสเปกชัดเจนในใบเสนอราคา (ชนิดโฟม, ความหนา, พื้นที่, งานเก็บรายละเอียด)

  • มีแผนป้องกันความเลอะ (คลุมพื้นที่) และแผนระบายอากาศ/ความปลอดภัยระหว่างทำงาน

  • มีผลงานอ้างอิง/รีวิว/รูปหน้างานจริง

  • สื่อสารเรื่องการปิดทับหรือข้อกำหนดความปลอดภัย (เช่น thermal barrier) ได้ชัด
    ผู้รับเหมาที่ดีจะไม่ขาย “หนาเท่าไหร่ก็ได้” แต่จะอิงหน้างานจริงและอธิบายผลกระทบของแต่ละทางเลือก

ทำได้ แต่ควรวางแผนตั้งแต่ต้น เช่น จุดที่จะเดินท่อ/สายไฟในอนาคต หรือพื้นที่ที่ต้องเปิดซ่อมบำรุงบ่อย ๆ เพราะชั้นโฟมเป็นวัสดุที่ยึดเกาะแน่น การรื้อหรือเจาะจะต้องเก็บงานให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างใหม่
แนวทางที่ดีคือแจ้งทีมช่างล่วงหน้าถึง “จุดที่ต้องเข้าถึงภายหลัง” เพื่อออกแบบวิธีพ่นและการเก็บงานให้เหมาะสม เช่น เผื่อช่องเซอร์วิส หรือวางแผนการปิดทับแบบถอดได้ในบางตำแหน่ง

บริการอื่น ๆ ของเรา (Other Services)

https://www.พียูโฟม.com/services/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%a1-pu-foam-insulation/

พ่นฉนวนพียูโฟม

ลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอก ปิดช่องว่างของโครงสร้าง
และเพิ่มประสิทธิภาพฉนวนเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร

https://www.พียูโฟม.com/services/roof-insulation/

พ่นฉนวนพียูโฟมสำหรับหลังคา

ลดการสะสมความร้อนจากหลังคาโดยตรง ช่วยให้อาคารเย็นขึ้น
และลดการใช้พลังงานจากระบบปรับอากาศในระยะยาว

https://www.พียูโฟม.com/services/factory-warehouse-insulation/

พ่นโฟมโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

ช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในโรงงานและโกดัง
ลดความร้อนสะสม

https://www.พียูโฟม.com/services/cold-storage/

พ่นฉนวนพียูโฟมห้องเย็น และรถเก็บความเย็น

ช่วยรักษาอุณหภูมิภายใน ลดการสูญเสียพลังงาน
และเพิ่มประสิทธิภาพ

https://www.พียูโฟม.com/services/farm-livestock-insulation/

พ่นฉนวนพียูโฟมสำหรับฟาร์มและโรงเรือนเลี้ยงสัตว์

ช่วยควบคุมอุณหภูมิและลดความชื้นภายในโรงเรือนให้
เหมาะสมต่อการเลี้ยงสัตว์

https://www.พียูโฟม.com/services/marine-floating-insulation/

พ่นฉนวนพียูโฟมในงานทางน้ำ

ช่วยลดการรั่วซึม เสริมการลอยตัว
และลดการกัดกร่อนของโครงสร้างในงานทางน้ำ

https://www.พียูโฟม.com/services/construction/

พ่นโฟมสำหรับงานก่อสร้างและหินเทียม

ช่วยเสริมโครงสร้างและเพิ่มคุณสมบัติฉนวน
เหมาะสำหรับงานก่อสร้าง งานตกแต่ง และงานหินเทียม

https://www.พียูโฟม.com/services/soundproofing/

พ่นฉนวนพียูโฟมกันเสียง

ช่วยลดเสียงรบกวนและเสียงสะท้อนภายในอาคาร
เพิ่มคุณภาพเสียงและความเงียบให้พื้นที่ใช้งาน

https://www.พียูโฟม.com/services/additional-services/

บริการเพิ่มเติม

บริการซ่อมแซม อุดรอยรั่ว และปรับปรุงฉนวนพียูโฟมเดิม
 ลดปัญหาความเสื่อม และยืดอายุการใช้งานของฉนวนในระยะยาว

https://www.พียูโฟม.com/services/products-accessories/

จำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์ฉนวนพียูโฟม

จำหน่ายวัสดุและอุปกรณ์พียูโฟมคุณภาพ
สำหรับงานติดตั้ง ซ่อมบำรุง และงานอุตสาหกรรม